เปิดทำเนียบ 5 ผู้จารึกนามเป็น "กษัตริย์หญิง" พลิกบัลลังก์แผ่นดิน และประวัติศาสตร์โลก!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9896034/newnewnewnewnewnewnew-thumbna_1.jpgเปิดทำเนียบ 5 ผู้จารึกนามเป็น "กษัตริย์หญิง" พลิกบัลลังก์แผ่นดิน และประวัติศาสตร์โลก!

เปิดทำเนียบ 5 ผู้จารึกนามเป็น "กษัตริย์หญิง" พลิกบัลลังก์แผ่นดิน และประวัติศาสตร์โลก!

แชร์เรื่องนี้

สตรีผู้กุมชะตาแผ่นดิน! 5 กษัตริย์หญิงในประวัติศาสตร์โลก  ครองบัลลังก์ด้วยตัวเอง ปกครองเด็ดขาดไม่แพ้บุรุษ

หลังจากที่เราได้พาไปเจาะลึกทั้งราชวงศ์ที่ยืนหยัดอย่างยาวนานนับพันปี และรัฐราชวงศ์ที่ผันผวนจนมีอายุสั้นเพียงหลักเดือนกันไปแล้ว อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องราวของ "สตรี" ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดในฐานะประมุข ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดินี ฟาโรห์หญิง หรือราชินีนาถ ผู้ครองราชย์และมีบทบาทในการปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางยุคสมัยที่บุรุษเป็นใหญ่

การศึกษาเรื่องราวของผู้นำสตรีในประวัติศาสตร์สากล มีจุดที่ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่าง "ราชินีผู้เป็นมเหสี" (Queen Consort) กับ "ราชินีผู้ครองราชย์เป็นประมุขสูงสุด" (Queen Regnant หรือ Monarch) ซึ่งบุคคลที่เราจะพาไปเปิดทำเนียบในวันนี้ คือเหล่าสตรีที่ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ถือกุมอำนาจบริหารแผ่นดิน และจารึกพระนามในฐานะผู้ครองแผ่นดินอย่างแท้จริง

5 สตรีผู้ครองแผ่นดินและทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์

นี่คือเรื่องราวของ 5 สตรีผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์และขึ้นเป็นประมุขครองแผ่นดินที่โลกไม่มีวันลืม

1. จักรพรรดินีบูเช็กเทียน (Wu Zetian) – จักรวรรดิจีน

  • รัชสมัย: ค.ศ. 690 – 705
  • เรื่องราว: สตรีเพียงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์จีนอันยาวนานนับพันปี ที่สามารถสถาปนาราชวงศ์ของตนเอง หรือราชวงศ์โจวใหม่ และขึ้นครองราชย์เป็น "ฮ่องเต้หญิง" ได้อย่างเป็นทางการ พระองค์ทรงเริ่มต้นจากการเป็นพระสนมของจักรพรรดิถังไท่จง ก่อนขึ้นเป็นจักรพรรดินีและกุมอำนาจทางการเมืองในเวลาต่อมา ในรัชสมัยของพระองค์ ทรงทำให้ราชสำนักมีเสถียรภาพ และผลักดันการปฏิรูประบบราชการ โดยเปิดทางให้ผู้มีความสามารถผ่านระบบสอบคัดเลือก หรือสอบจอหงวน เข้าสู่ตำแหน่งสำคัญมากขึ้น

2. สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 (Queen Elizabeth I) – ประเทศอังกฤษ

  • รัชสมัย: ค.ศ. 1558 – 1603
  • เรื่องราว: กษัตริย์หญิงผู้ทรงครองราชย์ในยุคที่อังกฤษก้าวเข้าสู่ "ยุคทอง" (Elizabethan Era) พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ท่ามกลางความขัดแย้งทางศาสนาภายในประเทศและวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พระองค์ทรงสามารถรวบรวมชาติให้เป็นปึกแผ่น และนำพากองทัพเรืออังกฤษสร้างประวัติศาสตร์พลิกชนะกองทัพเรืออาร์มาดาของสเปนได้สำเร็จ ส่งผลให้อังกฤษก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางทะเล และเป็นยุคที่วรรณกรรมอย่างผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์ รุ่งเรืองถึงขีดสุด

3. จักรพรรดินีแคทเทอรีนที่ 2 หรือ แคทเทอรีนมหาราช (Catherine the Great) – จักรวรรดิรัสเซีย

  • รัชสมัย: ค.ศ. 1762 – 1796
  • เรื่องราว: เจ้าหญิงเยอรมันที่เสกสมรสเข้ามาในรัสเซีย แต่หลังจากพระสวามี จักรพรรดิปีเตอร์ที่ 3 ถูกโค่นอำนวจ พระองค์จึงได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดินีด้วยพระองค์เอง ในรัชสมัยของพระองค์ รัสเซียได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทในชีวิตการเมืองและวัฒนธรรมยุโรปมากขึ้น ทั้งด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการขยายอาณาเขตไปทางทิศใต้และทิศตะวันตก จนได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "มหาราช"

4. ฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต (Hatshepsut) – อียิปต์โบราณ

  • รัชสมัย: ราว 1479 – 1458 ก่อนคริสตกาล (รวมช่วงเวลาในฐานะผู้สำเร็จราชการและผู้ร่วมปกครอง)
  • เรื่องราว: หนึ่งในผู้นำหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์ พระองค์เริ่มจากการเป็นผู้สำเร็จราชการแทนทุตโมซิสที่ 3 ก่อนจะใช้อำนาจในฐานะฟาโรห์ด้วยพระองค์เอง และเพื่อความชอบธรรมตามเทวสิทธิ์ พระองค์ทรงสั่งให้สลักภาพและรูปปั้นของพระองค์ในลักษณะที่มีหนวดเคราปลอมและแต่งกายเยี่ยงฟาโรห์บุรุษ รัชสมัยของพระองค์โดดเด่นมากในเรื่องการเปิดเส้นทางการค้าทางทะเล และการสร้างสถาปัตยกรรมมหึมาที่งดงาม เช่น วิหารเดียร์ เอล-บาฮารี

5. สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria) – สหราชอาณาจักร

  • รัชสมัย: ค.ศ. 1837 – 1901
  • เรื่องราว: กษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานกว่า 63 ปี ในช่วงที่จักรวรรดิบริติชขยายอิทธิพลและเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการขยายอำนาจทางอาณานิคมไปทั่วโลก ในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและจักรวรรดิอย่างยิ่ง โดยเมื่อสิ้นรัชสมัย อังกฤษมีอาณาจักรแผ่ขยายกว้างใหญ่จนถูกกล่าวขานว่าเป็น "ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน" และสายเลือดของพระองค์ยังแผ่ขยายไปสู่นานาราชวงศ์ในยุโรปจนได้รับฉายาว่า "ยายแห่งยุโรป"

ตารางสรุป: เปรียบเทียบรัชสมัยของสตรีผู้ครองแผ่นดิน

เพื่อให้เห็นภาพช่วงเวลาและการบันทึกประวัติศาสตร์ของแต่ละพระองค์ สามารถดูสรุปข้อมูลโดยประมาณได้ดังนี้

พระนาม / บัลลังก์ อาณาจักร / ประเทศ ช่วงเวลาครองราชย์ (โดยประมาณ) บทบาทและผลงานเด่นที่โลกจดจำ
จักรพรรดินีบูเช็กเทียน จีน (ราชวงศ์โจว) ค.ศ. 690 – 705 ฮ่องเต้หญิงหนึ่งเดียว, ปฏิรูประบบราชการและการสอบขุนนาง
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 อังกฤษ ค.ศ. 1558 – 1603 ยุคทองอังกฤษ, ชนะกองทัพเรือสเปน, วรรณกรรมรุ่งเรือง
จักรพรรดินีแคทเทอรีนมหาราช รัสเซีย ค.ศ. 1762 – 1796 ขยายดินแดน, ยกระดับบทบาทการเมืองและวัฒนธรรมในยุโรป
ฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต อียิปต์โบราณ ราว 1479 – 1458 ก่อน ค.ศ. ฟาโรห์หญิงผู้รุ่งเรืองด้านการค้าและการสร้างมหาวิหาร
สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย สหราชอาณาจักร ค.ศ. 1837 – 1901 ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม, จักรวรรดิขยายอิทธิพลกว้างใหญ่ที่สุด

 

สรุปแล้ว เรื่องราวของกลุ่มสตรีผู้ครองแผ่นดินและทรงอิทธิพลเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นผู้นำและการบริหารบ้านเมืองไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเพศสภาพ แต่ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ นโยบายที่เหมาะสม และการตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพวกพระองค์ช่วยให้เราเข้าใจภาพสะท้อนของการใช้อำนาจบริหารและกลยุทธ์ทางการเมืองในอดีtได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

แหล่งข้อมูล

  1. Encyclopaedia Britannica: Wuhou (Wu Zetian), empress of Zhou dynasty
  2. Encyclopaedia Britannica: Elizabeth I, queen of England
  3. Encyclopaedia Britannica: Catherine the Great, empress of Russia
  4. Encyclopaedia Britannica: Hatshepsut, female king of Egypt
  5. The Royal Family: Queen Victoria